ERP สำหรับธุรกิจขนาดเล็กกับองค์กรขนาดใหญ่ ต่างกันอย่างไร
- สิรวิชญ์ เกิดชนะ
- 20 มิ.ย.
- ยาว 1 นาที
ระบบ ERP ไม่ได้มีขนาดเดียวที่เหมาะกับทุกธุรกิจ ความต้องการของธุรกิจขนาดเล็กต่างจากองค์กรขนาดใหญ่ทั้งด้านฟีเจอร์ การตั้งค่า และขนาดของทีม
จุดแตกต่างหลัก
ฟีเจอร์ : ธุรกิจขนาดเล็กมักต้องการฟีเจอร์พื้นฐาน เช่น การขาย สต็อก บัญชีเบื้องต้น ในขณะที่องค์กรใหญ่ต้องการความสามารถในการปรับแต่ง กำหนด Workflow ซับซ้อน หรือเชื่อมต่อกับระบบอื่น
การปรับแต่ง : ERP สำหรับองค์กรใหญ่มักต้องมีการ Customize หรือเขียน Plugin เสริม ขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กมักเลือกใช้ SaaS ที่ปรับแต่งได้น้อยแต่ใช้งานง่าย
ขนาดข้อมูล : ระบบที่รองรับข้อมูลขนาดใหญ่ต้องออกแบบให้รองรับการ Scaling ได้ดี โดยเฉพาะระบบฐานข้อมูลและ API
ต้นทุน : ERP สำหรับองค์กรใหญ่มักมีค่าใช้จ่ายสูง ทั้งค่าลิขสิทธิ์ การพัฒนา และค่าบำรุงรักษา ในขณะที่ระบบสำหรับธุรกิจเล็กมักมีราคาเป็นรายเดือนและเริ่มต้นใช้งานได้ง่าย
ความยืดหยุ่นในการใช้งาน : ธุรกิจขนาดเล็กมักต้องการระบบที่ตั้งค่าได้ง่ายและเร็ว ไม่ต้องการการฝึกอบรมมาก ในขณะที่องค์กรใหญ่มีทีมไอทีที่สามารถบริหารจัดการการปรับแต่งที่ซับซ้อนได้
การสนับสนุนและการบริการหลังการขาย : ธุรกิจเล็กมักพึ่งพาการบริการออนไลน์หรือคอมมูนิตี้ ขณะที่องค์กรใหญ่จะมีสัญญาบริการ (SLA) กับผู้ให้บริการ ERP เพื่อรองรับความต้องการที่ต่อเนื่องและฉุกเฉิน
การบริหารผู้ใช้งาน : องค์กรใหญ่จะมีการจัดการสิทธิ์ผู้ใช้ที่ละเอียดมากขึ้น เช่น การกำหนดสิทธิ์ระดับแผนกหรือบทบาท ในขณะที่ธุรกิจเล็กอาจใช้สิทธิ์แบบรวมง่าย ๆ
ตัวอย่างการเลือกใช้
ธุรกิจร้านกาแฟเล็ก ๆ อาจเลือกใช้ ERP บน Cloud ที่มีโมดูลขาย-สต็อก-บัญชีแบบเบื้องต้น
โรงงานขนาดใหญ่ที่มีหลายแผนกอาจต้องพัฒนา ERP ภายในเองเพื่อให้เหมาะกับกระบวนการเฉพาะ
หากอ่านมาถึงตรงนี้ แล้วสนใจหรือกำลังมองหาที่ปรึกษาเรื่องการเขียนโปรแกรม ทาง Softnova เรายินดีให้บริการนะครับ สามารถติดต่อทีมงานของทาง Softnova เพื่อปรึกษาหรือรับโซลูชั่นได้ฟรี
LINE : @softnova
Tel : 020955050 หรือ 099-998-9696
Email : info@softnova.co
บริการรับเขียนโปรแกรม ที่เข้าใจและพร้อมอยู่เคียงข้างคุณ :)

ความคิดเห็น